สีฟันเปลี่ยนได้ทั้งจากคราบชา กาแฟ บุหรี่ และจากอายุที่มากขึ้น การฟอกสีฟันใช้สารฟอกทำปฏิกิริยากับเม็ดสีในเนื้อฟันให้สว่างขึ้น ต่างจากการขัดคราบที่ทำแค่ผิวนอก ระดับความขาวที่ได้ขึ้นกับสีฟันเดิมของแต่ละคน ทันตแพทย์จะตรวจก่อนเสมอว่าฟันและเหงือกพร้อมหรือไม่
สองแบบให้เลือก
- ฟอกที่คลินิก Philips Zoom: เจลเข้มข้นร่วมกับแสง LED ทันตแพทย์ปกป้องเหงือกให้ตลอด เห็นความต่างได้ภายในครั้งเดียว
- ฟอกที่บ้าน: สแกน/พิมพ์ปากทำถาดเฉพาะบุคคล ใช้เจลความเข้มข้นต่ำกว่าตามเวลาที่กำหนด สะดวกแต่ต้องใช้สม่ำเสมอ
- บางคนใช้ทั้งสองแบบร่วมกันเพื่อให้สีคงที่นานขึ้น
ขั้นตอนที่คลินิก
- 1 ตรวจฟัน วัดเฉดสีเดิม
- 2 ขูดหินปูนและขัดฟันถ้าจำเป็น
- 3 ปิดริมฝีปากและเหงือกด้วยวัสดุป้องกัน
- 4 ทาเจลฟอกและฉายแสง LED เป็นรอบ ๆ
- 5 วัดเฉดสีหลังฟอกและให้คำแนะนำ
หลังฟอกสีฟัน
- อาจเสียวฟันได้ 1-2 วัน ส่วนใหญ่หายเอง
- 48 ชั่วโมงแรกเลี่ยงอาหารและเครื่องดื่มสีเข้ม เช่น กาแฟ ชา ไวน์ แกงกะหรี่
- แปรงฟันและขูดหินปูนตามนัดช่วยให้สีฟันคงอยู่นานขึ้น
ใครควรปรึกษาก่อน
- หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ควรเลื่อนไปก่อน
- อายุต่ำกว่า 16 ปี
- มีฟันผุ เหงือกอักเสบ หรือเสียวฟันมาก ควรรักษาให้หายก่อน
- มีครอบฟัน วีเนียร์ หรือรอยอุดที่ฟันหน้า ซึ่งจะไม่ขาวขึ้นตามฟัน
คำถามที่พบบ่อย
ขาวขึ้นได้กี่เฉด
แตกต่างกันในแต่ละคน ขึ้นกับสีฟันเดิมและสาเหตุของสีฟัน ทันตแพทย์จะวัดเฉดสีก่อนและหลังให้ดูเทียบกัน
ผลอยู่ได้นานแค่ไหน
โดยทั่วไปหลายเดือนถึงราวหนึ่งปี ขึ้นกับอาหาร เครื่องดื่ม และการสูบบุหรี่ ถาดฟอกที่บ้านใช้เติมสีเป็นระยะได้